Categories
ข่าว

เปิดเทคนิคการเตรียมพร้อมสู่โลก E-Cycling ใน Zwift

การออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านตอนนี้ไม่เพียงแต่ต้องเผชิญมลภาวะ  แต่ยังมีโรคอุบัติใหม่

ไวรัสโคโรน่า โผล่ขึ้นมาคุกคามชาวโลกแพร่ระบาดจนปั่นป่วนไปหมด เพื่อนนักปั่นหลายท่านเป็นกังวล และการช่วยกันกักตัวเองไม่มีธุระจำเป็นก็ไม่ต้องออกสังสรรค์กับใครน่าจะเป็นทางออกที่ดี

และแสดงความมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมนอกจากการสวมหน้ากากและล้างมือบ่อยๆ ประจวบกับตอนนี้ การแข่งขันปั่นจักรยานแบบ E-sports ในไทย ได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว อุปกรณ์พร้อม กายใจพร้อม ก็ร่วมเป็นส่วนหนึ่งได้

    E-Cycling race: E Club Race การแข่งขันปั่นจักรยานแบบ E-sports ผ่านโปรแกรม Zwift สนามแรกได้มีการประลองสนามแรกพร้อมถ่ายทอดความมันกันแบบสดๆกันไปเมื่อเร็วๆนี้ พร้อมทีมผู้บรรยายมือฉมังผลัดกันสอดแทรกความรู้ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้การร่วมมือกันระหว่างพันธมิตรกลุ่ม ESports และพันธมิตรสายจักรยาน โดยมี NEX (บริษัท เน็กซ์ สตูดิโอ โปรดักชั่น จำกัด) , Intersen 99 (บริษัท อินเตอร์เซน 99 จำกัด) , Ride Explorer (บริษัท ไลน์ อาร์ท โปรดัคชั่น จำกัด) Sport Bicycle (บริษัท สปอร์ตไบซิเคิล จำกัด) MOVE (บริษัท มูฟไซคลิ่งโปรดักส์ จำกัด)  และ Good Job Cycling (กู๊ดจ๊อบไซคลิ่ง)

โดยสนามแรก ที่ Thailand Continental Cycling Team มาสาธิตการปั่นจักรยานในรูปแบบของ E-Cycling บน Smart Trainer และ เชื่อต่อกับโปรแกรม Zwift โค้ชปุ๋ย สาโรช กาญจนนนท์ โค้ชทีมชาติเนปาล และเจ้าของ Goodjob Cycling มาให้ข้อมูลการเตรียมพร้อมให้กับผู้ชม และผู้เข้าร่วมสู่สนามการแข่งขัน E-Cycling race : E Club Race ครั้งนี้ 

UFABET369

2 . เทรนเนอร์ แบบใดก็ได้ไม่ว่าจะเป็น แบบ 3 ลูกกลิ้ง, แบบจับดุมล้อหลัง หรือ แบบถอดล้อหลัง สามารถใช้ได้หมด ไม่จำเป็นต้องเป็น Smart Trainer

  1. ในกรณีที่ไม่ได้ใช้ Smart Trainer จะต้องมี เซนเซอร์วัดรอบขา, เซนเซอร์วัดความเร็ว, เซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ หรือ ใครที่ใช้ Power Meter ก็สามารถจะส่งข้อมูลเข้าไปใน Zwift ได้ แต่ถ้าใครที่ไม่มี Power Meter  ในโปรแกรม zwift จะนำข้อมูลอื่นๆ ไปคำนวณเป็นค่า Power ออกมาให้ได้เหมือนกัน
  2. ในกรณีที่เซนเซอร์ต่างๆ เป็นระบบ ANT+ จำเป็นที่จะต้องมีอุปกรณ์รับสัญญาณ USB ANT+  แต่ถ้าใครใช้เซนเซอร์ที่เป็น Bluetooth ก็ไม่ต้องใช้ตัวนี้ได้ เมื่อมีอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็เตรียมโหลดโปรแกรม Zwift กันได้เลย ซึ่ง Zwift สามารถติดตั้งได้ทั้ง IOS, Andriod และ Windows ซึ่งทำให้เราสามารถที่จะใช้ โทรศัพท์มือถือ หรือ Tablet มาใช้ในการเล่น Zwift ได้เช่นกัน

หลายคนเข้าใจว่าการเข้าสู่โลกของ Zwift จะต้องใช้ Smart Trainer เท่านั้น ซึ่งจริงๆ แล้ว Trainer แบบธรรมดาก็สามารถที่จะใช้ในการเล่น Zwift ได้เช่นกันถ้าเรามีอุปกรณ์ครบตามข้างต้น เพียงแต่เวลาที่ใน

โปรแกรมเป็นเนินหรือทางขึ้นเขา Smart Trainer จะปรับความหนักขึ้นตามค่าเปอร์เซนต์ของความชันได้ใกล้เคียงกับการขี่ขึ้นเขาจริงๆ ในขณะที่เทรนเนอร์ปกติจะไม่มีการปรับหนักตามค่าความชัน แต่โปรแกรม zwift จะทำการคำนวณข้อมูลต่างๆ และลดค่าความเร็วใน

เกมลงเพื่อให้ผู้ขี่ต้องออกแรงเพิ่มมากขึ้น ถึงจะขี่ตามคนที่ใช้ Smart Trainer ได้ แต่เชื่อว่าหากเพื่อนๆ ได้ลองปั่นบน Smart Trainer แล้วจะต้องอยากมี Smart Trainer มาไว้ใช้แน่นอน ซึ่ง Smart Trainer จะมี 2 แบบ หลักๆ คือแบบจับดุมหลัง แล้วมีตัวปรับความหนืดมาจับที่หน้ายาง กับ แบบ Direct Drive หรือแบบถอดล้อหลัง จะเลือกใช้แบบไหน

ขึ้นอยู่กับงบประมาณได้เลยครับ ซึ่งสเปคของ Smart Trainer ที่เราจะต้องดูคือค่า Maximum Power ที่รองรับได้ หากใครที่เป็นขาแรงกดหนักก็ควรจะต้องดูรุ่นที่รองรับ Maximum Power ที่สูงมากพอ กับค่า  Simulate the Maximum slope คือค่าที่จำลองความชันได้กี่ %

ในโปรแกรม Zwift ยังสามารถที่จะเขียนคอร์สซ้อมเองได้อีกด้วย โดยจะมีทั้งคอร์สซ้อมมาตรฐานที่ทาง Zwift ได้เตรียมไว้ หรือ จะเขียนคอร์สซ้อมตามที่โค้ชได้กำหนดไว้ให้ก็ยังได้ สำหรับผู้ชมหรือนักแข่งที่

สนใจอยากสอบถามข้อมูลการเตรียมพร้อมสู่สนามการแข่งขัน E-Cycling Race ครั้งนี้ได้ทางเพจของโค้ชปุ๋ย สาโรช ที่แฟนเพจ Goodjob Cycling : Bike Coaching Fitting and Service

ท่านสามารถอ่านข่าวสารต่อได้ที่  carpe-retem.com

เว็บพนันออนไลน์ที่ร่วมสนุกได้ตลอด 24 ชม. UFABET369